จำต้องลุกให้ไวก็เลยไปได้ไกลกว่า

แม้ว่าจะเติบโตขึ้นเท่าไร พวกเราก็ยังคงจะต้องผ่านเรื่องที่มันห่วยแตกๆหรือขนาดที่เรียกมันว่า “เรื่องเฮงซวย” ได้อยู่ดี เนื่องจากทุกๆวันที่ชีวิตดำเนินไป มันย่อมนำพาพวกเราไปพบเหตุการณ์ทั้งยังดีและไม่ดีได้เท่ากัน

เมื่อพบช่วงเฮงซวย ไม่ว่าเหตุนั้นจะจากพวกเราเองโดยตรง หรือเปล่าได้กำเนิดเนื่องจากพวกเราก็ตาม พวกเราก็ย่อมมีความรู้สึกห่วยแตกๆนานับประการ ตั้งแต่ เบื่อ, เซ็ง, รำคาญ, เครียด, ผิดหวัง, เศร้าใจ, เจ็บปวดทรมานแสนสาหัส กลุ่มนี้ที่มานะไล่เรียงไปจากค่อยไปหนัก แล้วก็เป็นได้ว่ามีหลายๆความรู้สึกรวมกัน

ซึ่งก็ทำให้มนุษย์เราอยู่ในมากมายภาวการณ์ อาทิเช่น ผิดหวังต่อตัวเอง/คนอื่นๆ, โกรธ-ไม่ชอบ สิ่งหรือบุคคลที่นำมาซึ่งขึ้น, เศร้าใจตัดพ้อต่อว่าว่าเพราะอะไรควรเป็นพวกเรา หรือเพราะเหตุไรก็เลยจะต้องกำเนิด สภาวะกลุ่มนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วล้วนไม่ง่าย แล้วก็มีขณะของมันเสมอ อีกทั้งนำมาซึ่งผลบางสิ่งที่ไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น พวกเรามองดูบุคคลหนึ่งต่างออกไป บางทีอาจเป็น โกรธ ไม่ชอบ ต้องการต่อยหน้าสักหมัด ผิดหวัง สิ้นเลื่อมใส หรือพวกเราดูบางเรื่องแปรไป ไม่ต้องการทำ ไม่ต้องการที่จะอยากเกี่ยวข้อง กลัว หรือต้านทานในประเด็นนั้นๆไปเลย

บนความมากมายรวมทั้งยากที่จะวินิจฉัย ก็เลยไม่มีสิ่งใดที่จะพูดว่าในตอนที่ห่วยแตก ควรจะทำเช่นไร แล้วก็อะไรที่ถูกหรือไม่ถูก เพียงแค่สิ่งที่คิดได้แล้วก็มีความเห็นว่าน่าจะเป็นจริงที่สุดเป็นยังไงแล้วพวกเราก็ล้วน “จะต้องผ่านไป”

แม้ว่าจะผิดหวัง เศร้าใจ รู้สึกไม่ดีกับหัวข้อนั้นนานขนาดไหน ในที่สุดซึ่งก็คือ 1 เรื่องเสมอกัน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อทำของชิ้นหนึ่งหายไป พวกเราจะเศร้าใจ-เสียดาย 3 ชั่วโมง หรือ 3 วัน ซึ่งก็คือของ 1 ชิ้น

พวกเราจะแค้นใจกับคำกล่าวผู้ใดกันแน่ไปเป็นวัน หรือเพียงแค่ 1 นาที นั่นก็คือ 1 คำบอกเล่า 1 ความรู้สึกอยู่ดี

เมื่อมนุษย์เราจากพวกเราไปจะเศร้าใจ 1 ปี หรือ 24 ชั่วโมง ซึ่งก็คือพวกเราเสียเขาไปแล้วอยู่ดี

พวกเราพลาดเป็นหนี้เป็นสิน 1 ล้าน จะรู้สึกไม่ดี 7 วัน หรือ 7 เดือน ซึ่งก็คือหนี้สินก้อนเดิมอยู่ดี และก็กรณีนี้ยิ่งซึมอยู่อาจมีดอกที่มากขึ้นอีกด้วย

เพราะฉะนั้นแล้ว “ระยะเวลา” พวกนั้นถ้าเกิดกินเวลาไม่เคยให้อะไรกับพวกเราเลย แถมยังได้ผลสำเร็จเสียได้อีกต่างหาก